ALEPH P1.7 CLONE

SINGLE ENDED CLASS-A BALANCED PREAMPLIFIER





        จากเสียงเรียกร้องของมหาชนชาว DIY ที่มีต่อโครงงานปรีแอมป์ ALEPH P1.7 CLONE อย่างล้นหลาม หากทีมงาน AHT ไม่แนะนำตัวปรีแอมป์ ตัวนี้เสียก่อนคงจะตอบได้ยากว่าคุ้มค่าต่อการสร้างสรรค์ปรีแอมป์มอสเฟ็ตที่ดีที่สุดในโลกเพียงใด คงจะไม่พูดพล่ามทำเพลงไปมากกว่านี้ เชิญติดตามอ่านได้ เลยครับ
คุณสมบัติของวงจร

เกนขยายสูงสุด                          22dB bal / 16 dB unbal
อัตราตอบสนองความถี่                  -3dB @ 1Hz, 100KHz
ความเพี้ยน                               < 1% THD
สัญญาณเอาต์พุตสูงสุด                 20 volts rms. Bal out
                                          10 volts rms. Unbal out
ความต้านทานเอาต์พุต                 0-800 Ohms
ความต้านทานอินพุต                   20 KOhm bal
                                          10 KOhm unbal
อัตราลดทอนสัญญาณรบกวน           -60 dB
สัญญาณรบกวน ณ เอาต์พุต            5 microvolts, 20-20KHz
กำลังไฟ                                 25 watts

ประวัติความเป็นมา และหลักการทำงานของวงจร

อ้างอิงความเดิมจาก CEW เล่มที่ 182 เกี่ยวกับการสร้างปรีแอมป์ที่ฮ็อตฮิตที่สุดในไต้หวัน นามว่า ALEPH P1.7 CLONE คงจะไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันให้มากมายสำหรับนักDIYกระเป๋าแบนในบ้านเราเพราะปรีแอมป์ตัวนี้ สามารถสรรค์สร้าง กันได้ตั้งแต่งบไม่กี่พันบาท จนไปถึงหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว แผ่นวงจรต้นแบบ 2 หน้าชนิด PLATE TROUGH HOLE สามารถ ดาวน์โหลดได้ฟรีที่เว็บไซต ์WWW.PASSDIY.COM (รีบดาวน์โหลดด่วนก่อนที่เจ้าของเว็บจะตัดลิงค์ดาวน์โหลดออก)     *** ทีมงาน AHT ต้องขอความร่วมมือนักทดลองทุกท่านให้ดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บไซต์ต้นฉบับก็เพราะทีมงาน AHT จำเป็นต้องให้เครดิตกับเจ้าของผู้ออกแบบ ในการเพิ่มคลิกเคานเตอร์ เพื่อที่ภายหลังท่านวิศวกร เนลสัน พาสส์ จะได้ออกแบบวงจรดีๆ มาให้เราได้ใช้กันอีก คงไม่ว่ากันนะครับ อีกทั้งขณะนี้ทางเว็บไซต์ของเราติดต่อไปยัง WWW.PASSDIY.COM เพื่อที่จะเป็นเว็บแนะแนวการสร้างผลิตภัณฑ์ของเขา ซึ่งตอนนี้กำลังรอเสียงสนับสนุนอยู่

          ท่านใดที่ต้องการสมัครสมาชิก สามารถ Email หรือจดหมาย ขอรับรายละเอียดฟรี ตามที่อยู่และ Email ท้ายบทความครับ ***    อุปกรณ์ที่ท่านวิศวกร เนลสัน พาสส์ ยกให้เป็นพระเอกในวงจรนี้คือ ทรานซิสเตอร์มอสเฟ็ตชนิดเอ็นฮานซ์เมนท์ ซึ่งหากกำหนดสมการการทำงานให้เป็นแบบสมการยกกำลังสองจะสามารถออกแบบวงจรขยายที่มีความเป็นเชิงเส้น และมีความเพี้ยนฮาร์มอนิกต่ำได้ดีกว่าทรานซิสเตอร์แบบไบโพลาร ์(NPN หรือ PNP)ทั่วไปแต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ว่าจะเป็นปรีแอมป์หรือเพาเวอร์แอมป์ที่อาศัยมอสเฟ็ตเป็นอุปกรณ์หลักในการทำงานขาดหายไปนั่นคือความนุ่มนวลสไตล์
ทรานซิสเตอร์ ถึงแม้ว่าจะออกแบบมอสเฟ็ตให้ทำงานที่คลาสส์เอก็ตาม ความรู้สึกเดิมๆ จากการฟังเพาเวอร์แอมป์ ์แบบทรานซิสเตอร์ของนักฟังหลายๆท่าน ก็ยังคงติดตาตรึงใจอยู่จนปัจจุบัน เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าประหลาดใจเลยว่า ทำไมปรีแอมป์หรือเพาเวอร์แอมป์ทรานซิสเตอร์จึงยังคงติดตลาดอยู่จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะมีวิศวกร ออกแบบ มอสเฟ็ตให้ทันสมัยเพียงใดก็ตาม นี่ก็เป็น นานา จิตตังครับ ใครชอบแบบไหนพึงสรรหาสิ่งที่ตนชอบเป็นดีที่สุด

1.jpg (283037 bytes)

ٻ 1 วงจร ALEPH P1.7 CLONE

    จากรูปที่ 1 จะเห็นได้ว่า เนลสัน พาสส์ ยังคงเอกลักษณ์เดิมในการออกแบบ ALEPH P รุ่นแรกที่ใช้มอสเฟ็ต 2 ตัวของเขาโดยออกแบบให้เป็นปรีแอมป์มอสเฟ็ตคลาสส์เอประสิทธิภาพสูงมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประสิทธิภาพสูงสش การนำเสนอดนตรีขึ้นมาใหม่มันมีการออกแบบที่เรียบง่ายมีเพียงแค่ภาคขยายบาลานซ์1คู่ของบาลานซ์เพาเวอร์
มอสเฟ็ตภาคขยายของปรีแอมป์เป็นการทำงานแบบมอสเฟ็ตคอมมอนซอร์สเดี่ยวและถูกไบแอสโดยวงจรมอสเฟ็ต
ขับกระแสคงที่      การทำความเข้าใจของการทำงานของปรีแอมป์ให้ดีที่สุดผู้เขียนจะไม่กล่าวถึงการคำนวณและการออกแบบเพราะ
ว่า ท่านวิศวกร เนลสัน พาสส ์ได้ออกแบบให้เราอย่างเสร็จสรรพแล้วแต่จะกล่าวโดยอ้างถึงวงจรของภาคขยายแบบ
เบื้องต้น เริ่มจาก Q16 และ Q19 จากส่วนแอคทีฟของภาคขยาย ด้วยการที่ Q16 รับสัญญาณ (+) จากสัญญาณ อินพุตแบบบาลานซ์ และ Q19 รับสัญญาณ (-) จากสัญญาณอินพุตแบบบาลานซ์ อินพุตทั้งสองจะถูกคัปปลิ้งผ่าน C9 และ C13 R50 และ R65 ถูกกำหนดให้ป้องกันการออสซิลเลตภายในของมอสเฟ็ตเนื่องจากมีสัญญาณอื่น
ปลอมปนเข้ามา และ D5-6 และ D7-8 ป้องกันมอสเฟ็ตจากแรงดันไฟฟ้าสถิตย์ศักย์สูงจากส่วนของอินพุต     มอสเฟ็ตขยายสัญญาณอินพุตและส่งสัญญาณทั้งหลายออกสู่เอาต์พุตด้วยการทำงานแบบกลับขั้ว 180องศา ดังนั้นเอาต์พุตของ Q16 จะกลายเป็นสัญญาณ (-) และ เอาต์พุตของ Q19 จะกลายเป็นสัญญาณ (+)    เมื่อนำปรีแอมป์มาใช้เป็นอินพุตแบบซิงเกิ้ลเอนด์ ขั้ว (-) ควรจะถูกลัดวงจรลงขั้วกราวนด์เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด มีวิธีโดยลัดวงจรขา 1 และ 3 ของขั้วต่ออินพุตแบบ XLR

 



รูปที่ 2 วงจรภาคจ่ายไฟและแรงดันจุดต่างๆ

    รูปที่ 2 ไดโอดบริดจ์จะส่งแรงดันกระแสตรงที่เรียงกระแสแล้วประมาณ 80 โวลต์ แรงดันไฟที่ยังไม่เรกกูเลต ผ่านเข้าสู่ C28 และ C30 ซึ่งจะถูกเรกกูเลตและลดแรงดันไฟให้เหลือ 60 โวลต์ที่จุดเอาต์พุตของ Q23. Q23 ถูกขับโดยกลุ่มซีเนอร์ไดโอด และ เอาต์พุตที่เรกกูเลตแล้วจะถูกกรองให้เรียบอีกครั้งโดย C27    คุณสมบัติของวงจรจากข้อมูลก่อนหน้าที่ผู้อ่านได้อ่านนั้น เป็นสเป็คจริงที่ต้นฉบับนำเสนอมาให้ จริงเท็จประการใด นั้นไม่สามารถหาเครื่องมือมาทดสอบได้เพราะผู้ผลิตทุกๆ รายต้องนำเสนอว่าสินค้าของตนนั้นดีที่สุด เขาว่าอย่างไร เราก็ต้องว่าไปตามนั้น แต่วิศวกรนักออกแบบเครื่องเสียงที่ดี ต้องไม่ทำการทดลองใดๆ ที่ไม่สามารถที่จะทราบผล แน่ชัดได้ การทดลองซีมูเลตวงจรดูเสียก่อนจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ดังนั้นโปรแกรม Circuit maker 2000 จึงมีส่วนสำคัญมากต่อการทดลองครั้งนี้ (โปรแกรมอื่นๆ ก็สามารถนำมาใช้ได้) ในโอกาสนี้ผู้เขียนจึงถือวิสาสะ นำวงจร ALEPH P1.7 มาทดลองร่วมกับ บาลานซ์เพาเวอร์โมดูล 75 วัตต์ ของผู้เขียนเองซึ่งทำงานร่วมกัน ในโหมดบาลานซ์ ได้เป็นอย่างดี

3.jpg (358126 bytes) 3.1.jpg (249201 bytes) 3.2.jpg (255954 bytes) 3.3.jpg (256227 bytes)
3.4.jpg (282021 bytes)
3.5.jpg (307233 bytes) 3.6.jpg (319418 bytes)

รูปที่ 3 การซีมูเลตด้วย โปรแกรม Circuit maker 2000

    รูปที่ 3 เมื่อผู้เขียนนำวงจรปรีแอมป์ ALEPH P1.7 มาใช้งานในโหมดบาลานซ์ พบว่าเมื่อเทียบกับวงจรปรีแอมป์แบบบาลานซ์ที่ใช้ไอซีจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในส่วนของกำลังขับ เพราะมอสเฟ็ตค่อนข้างที่จะไวกว่า และมีแบนด์วิดธ์ที่กว้างกว่า ผลลัพธ์ที่ได้เช่นนี้ก็เพราะสัญญาณผ่านอุปกรณ์น้อย ชิ้น และมีการออกแบบวงจรในย่านการทำงานคลาสส์เอ และหากท่านผู้ทดลองใช้ฟังชั่นเจนเนอเรเตอร์ป้อนสัญญาณ สแควร์เวฟเข้าสู่วงจรปรีแอมป์ ALEPH P1.7 จะพบผลต่างที่เป็นข้อยุติได้ทันทีว่าปรีแอมป์ที่ใช้ไอซีมาทำสัญญาณ บาลานซ์นั้นไม่สามารถมีประสิทธิภาพการคงรูปสัญญาณสแควร์เวฟในหลายๆ ความถี่ ได้เทียบเท่าวงจรมอสเฟ็ต คลาสส์เอเลยแม้แต่น้อย    ดูจากข้อมูลคร่าวๆ แล้วจะพบว่าท่านวิศวกร เนลสัน พาสส์ มีศิลปะในการออกแบบเครื่องเสียงมาก เน้นความเรียบ ง่ายแต่แฝงไปด้วยประสิทธิภาพอันเหลือเชื่อ มีการผ่อนหนักผ่อนเบาในจุดต่างๆ และ ไม่บังคับให้มอสเฟ็ตทำงาน จนร้อนจัดมากเกินไป แรงดันและกระแสที่วัดได้จากการซีมูเลต มีค่าใกล้เคียงกันมากกับค่าที่ ท่านวิศวกร เนลสัน พาสส์ กำหนดไว้ให้ สำหรับท่านที่ออกแบบวงจรด้วยโปรแกรม Circuit Maker 2000 หากซีมูเลตตามแล้วได้ค่า แรงดันตกคร่อมและกระแสไหลผ่าน เท่ากับค่าในตารางที่ 1ของทีมงาน AHT แสดงว่ากำหนดค่าต่างๆ ได้ถูกต้อง ตามต้นแบบแล้ว หากท่านใดไม่ได้ค่าตามนี้ สามารถ Email มาขอไฟล์ นามสกุล ascii (.ckt ) ได้ตลอดเวลา

 

Q
VAL
Q11
Q15
Q16
Q17
Q12
Q13
Q18
Q19
Q20
Q14
VC/VS
55.97V
59.11V
11.95V
670.9mV
3.955V
55.97V
59.11V
11.95V
670.9mV
3.995V
I
5.198mA
29.8mA
20.27mA
20.27mA
5.231mA
5.198mA
29.8mA
20.27mA
20.27mA
5.231mA


ตารางที่ 1 ค่าแรงดันตกคร่อมและกระแสไหลผ่าน
 

   มาสอหลักการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จะมีการคัปปลิ้งอินพุตด้วยตัวเก็บประจุค่า 10 ไมโครฟารัด ซึ่งถือว่ามากพอสมควร และ ปลอดภัยต่อมอสเฟ็ตที่จะไม่พังทลายด้วยแรงดันไฟกระแสตรง ณ จุดอินพุตด้วย ซึ่งวงจรตระกูล ZEN บางรุ่นได้ถูก ออกแบบให้เป็นไดเร็คต์คัปปลิ้งซึ่งถือว่าอันตรายมาก ดังนั้นวงจรปัจจุบันนี้จึงน่าจะออกแบบมาเพื่อแก้ไขจุดเสีย ตรงนั้น ส่วนภาคเอาต์พุตได้มีการเพิ่มขนาดจาก 10 ไมโครฟารัด เป็น 30 ไมโครฟารัด ดังนั้นผลการตอบสนอง ความถี่ต่ำจึงทำได้ดีกว่าเดิม ผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้วงจรทำงานที่ความถี่ต่ำได้รวดเร็วและลื่นไหล ยิ่งการทำงานออก แบบให้เป็นคลาสส์เอ ยิ่งทำให้เสียงร้องมีความโดดเด่นไม่แพ้หลอดเลยทีเดียว    หลังจากท่านดาวน์โหลดข้อมูลต่างๆ จากเว็บไซต์ WWW.PASSDIY.COM เกี่ยวกับวิธีการสร้างปรีแอมป์ ALEPH P1.7 มาเสร็จเรียบร้อยแล้วอย่ารอช้ารีบส่งไฟล์ให้กับร้านรับทำแผ่นปริ๊นท์ใกล้บ้านโดยด่วนที่สุด แต่มีข้อแม้อยู่ว่าไฟล์แผ่นปริ๊นท์โปรเทลที่จะนำมาใช้นี้จะต้องเป็นแบบเพลต ทรู โฮล ดังรูปที่ 4 เท่านั้นนะครับ เพราะแผ่นปริ๊นท์ชนิดนี้จะมีการเชื่อมต่อกันระหว่างด้านบนกับด้านล่างในทุกๆ รูที่ใส่ขาอุปกรณ์ ซึ่งจะแตกต่าง กับแผ่นปริ๊นท์ชนิด 2 หน้าธรรมดา ที่โดยมากออกแบบไว้เพื่อให้เป็นกราวนด์เพลนป้องกันสัญญาณรบกวนเท่านั้น ขนาดของแผ่นปริ๊นท์เท่าของจริง กว้าง 140 มิลลิเมตร ยาว 200 มิลลิเมตร แสดงดังรูปที่ 5 หากดาวน์โหลดมา ไม่ได้ขนาดนี้ให้ใช้วงจร Adobe Photoshop หรือ โปรแกรมอื่นๆ ที่มีความสามารถเทียบเท่า ทำการขยายภาพ ให้ได้ขนาดตามตัวอย่าง จะทำให้ท่านประกอบปรีแอมป์ได้ง่ายยิ่งขึ้น (มีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลแผ่นปริ๊นท์สามารถจดหมายหรือ โทรศัพท์ หรือ Email ͺบถามได้ตลอดเวล)

4.jpg (507074 bytes) 4.1.jpg (36201 bytes) 4.2.jpg (32801 bytes)

รูปที่ 4 ไฟล์แผ่นปริ๊นท์ชนิดเพลต ทรู โฮล


5.jpg (33590 bytes)

รูปที่ 5 ขนาดแผ่นปริ๊นท์โมโน 1 แผ่น

6.JPG (72368 bytes) 6.1.JPG (406776 bytes) 6.2.JPG (408697 bytes)

รูปที่ 6 แผ่นปริ๊นท์ด้านบน ส่วนของภาคจ่ายไฟกระแสตรง

7.JPG (70907 bytes) 7.1.JPG (387361 bytes)

รูปที่ 7 แผ่นปริ๊นท์ด้านบน ส่วนของอินพุต

8.JPG (66523 bytes)

รูปที่ 8 แผ่นปริ๊นท์ด้านล่าง การทดลองใช้งาน


    ขั้นที่ 1 หลังจากที่ประกอบวงจรลงแผ่นปริ๊นท์เรียบร้อยแล้ว ควรที่จะไล่วงจรให้ถี่ถ้วนก่อนอย่างน้อย 2-3 รอบ เช็คจุดลงกราวนด์ให้ครบถ้วน หรือถ้าให้ดี ประกอบเฉพาะภาคจ่ายไฟดูก่อนว่าสามารถจ่ายไฟกระแสตรง 60 โวลต์ ออกมาได้หรือไม่ จากตัวอย่างในรูปที่ 9


9.jpg (49948 bytes)

รูปที่ 9 การต่อภาคจ่ายไฟ


    ภาคจ่ายไฟที่ใช้ในวงจรจะมาจากการต่อกระแสไฟกระแสสลับจากหม้อแปลง ศักย์ 58 โวลต์ เข้าสู่จุด AC IN ดังรูปที่ 9 ซึ่งเป็นขั้วต่อชนิดเทอร์มินัล 2 ช่อง หม้อแปลงที่นำมาใช้นี้ต้องจ่ายกระแสไฟสลับได้ 100 มิลลิแอมป์เป็น อย่างต่ำ และถ้าเลือกชนิดหม้อแปลงเป็นแบบเทอรอยด์ด้วยก็ยิ่งทำให้สัญญาณรบกวนจากหม้อแปลงมารบกวนวงจร น้อยลงอีกระดับหนึ่ง หากวัดไฟกระแสตรง ที่ไหลผ่าน R73 ค่า 3.3 โอห์มได้ประมาณ 60 โวลต์ก็ถือว่าผ่านการ ทดลองขั้นที่ 1 แล้ว
    ขั้นที่ 2 ประกอบวงจรต่างๆ ที่เหลืออยู่ลงแผ่นปริ๊นท์ให้ครบ ขั้นตอนตรงนี้หากเป็นผู้ที่เริ่มต้นที่จะ DIY ทีมงาน AHT ต้องขอกล่าวไว้ก่อนเลยว่า ไม่ง่ายอย่างที่ท่านคิดไว้ เพราะนอกจากจะต้องอาศัยการอ่านวงจรที่ดี ยังต้องใช้ ความพิถีพิถันในการคัดเกรด แมทช์แพร์มอสเฟ็ตทุกตัว จากประสปการณ์ของทีมงานพบว่า หากเราไม่แมทช์แพร์ ์มอสเฟ็ตแล้ว หลังจากปล่อยวงจรให้ทำงานไว้สักระยะหนึ่ง มอสเฟ็ต Q17 และ Q20 จะมีอัตรากระแสไหลผ่านที่ไม่ ่สมดุลย์กันระหว่างวงจรบาลานซ์ซีกบวกและวงจรบาลานซ์ซีกลบ ส่งผลให้เกิดการคัทออฟของทรานซิสเตอร์ Q12 หรือ Q14 ตัวใดตัวหนึ่ง ส่งผลให้ไม่มีกระแสไหล วงจรจึงไม่ทำการขยายสัญญาณออกสู่เอาต์พุต แต่จะไม่ส่งผล เสียใดๆ เพียงเปลี่ยนอุปกรณ์ให้ลงตัวกัน อาการดังกล่าวก็จะหายไปทันที    สำหรับท่านที่ต้องการตรวจเช็คแรงดันจุดต่างๆ สามารถดูข้อมูลแรงดันเปรียบเทียบได้จากรูปที่ 10 ข้างล่างนี้ ควรจะมีค่าผิดพลาดกันไม่เกิน 10 % ซึ่งแรงดันดังกล่าวจะเป็นค่าคงที่ไม่ว่าท่านจะปรับสวิทช์ใดๆ หรือหมุนโวลลุ่ม ต่างๆ ในลักษณะใด แรงดันจะไม่ต่างไปจากนี้ เพราะแรงดันและกระแสโดยรวมในวงจรเป็นแบบคลาสส์เอ จึงไม่มี การเปลี่ยนแปลงค่ารวดเร็วแบบปรีแอมป์คลาสส์เอบีทั่วไป



10.jpg (154683 bytes)
 

รูปที่ 10 แรงดันไฟจุดต่างๆ


    ขั้นที่ 3 หลังจากวัดแรงดันได้ตรงตามหัวขั้นตอนที่ 2 แล้ว ก่อนที่เราจะนำปรีแอมป์มาใช้งาน จะต้องมีการปรับ แต่งให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดเสียก่อน เริ่มต้นจากการปรับดิ๊พสวิทช์ด้านอินพุต ไม่ให้มีการลดทอนสัญญาณใดๆ ทั้ง สิ้นทำได้โดยปรับดิ๊พสวิทช์ให้เป็นแบบรูปที่ 11 ภาพบนสุด และปรับโวลลุ่ม SVR สีฟ้า ค่า 2Kohms ให้ได้เกน ขยายประมาณ 14dB ซึ่งทิศทางการหมุนปรับค่า ของ SVRแสดงไว้แล้วในรูปที่ 12


11.jpg (33703 bytes) 11.1.JPG (369371 bytes)

รูปที่ 11 การปรับดิ๊พสวิทช์เลือกอัตราลดทอนแรงดันสัญญาณอินพุต

12.jpg (19837 bytes) 

รูปที่ 12 การปรับ SVR เพื่อเร่ง-ลด อัตราขยายแรงดันเอาต์พุต


    ค่าอัตราการขยายที่เหมาะสมสำหรับปรีแอมป์ตัวนี้ คือ 14dB จากรูปที่ 13 สำหรับท่านที่มีทักษะและมีเครื่องไม้ ้เครื่องมืออยู่แล้วสามารถทำได้โดย ป้อนความถี่ 1KHz แบบสแควร์เวฟ แอมปลิจูด 0.2 Vp-p เข้าที่จุดอินพุตแบบ อันบาลานซ์ จากนั้นหมุนปรับค่าของ SVR แบบทวนเข็ม และนำออสซิลโลสโคปจับสัญญาณ ณ จุดเอาต์พุตแบบไม่ ่กลับเฟส (+) ให้ได้เอาต์พุตประมาณ 1Vp-p ซึ่งจะได้อัตราการขยายประมาณ 14dB ตามต้นฉบับ เป็นอันเสร็จ พิธีการปรับแต่งสูงสุด


13.jpg (42725 bytes)

รูปที่ 13 การปรับ SVR ให้ได้เกนขยาย 14dB


    การปรับแต่งจุดใดๆ นอกเหนือจากนี้ควรปรับแต่งขณะที่ท่านนำปรีแอมป์ไปต่อกับเพาเวอร์แอมป์เท่านั้น เพราะ บางครั้งเพาเวอร์แอมป์ต่างชนิด ต่างยี่ห้อจะมีความไวอินพุตและอัตราขยายที่ไม่เท่ากัน เราจะปรับดิ๊พสวิทช์ให้มีการ ลดทอนสัญญาณอินพุตได้ก็ต่อเมื่อ เพาเวอร์แอมป์บางยี่ห้อต้องการอินพุตที่เบากว่าปกติ หรือ สัญญาณจากแหล่งจ่าย สัญญาณมีนอยส์ปลอมปนออกมามาก เท่านั้น

    ขั้นที่ 4 หลังจากเราปรับแต่งค่าต่างๆ ได้ตามตัวอย่างที่ให้ไว้แล้ว ขั้นตอนต่อมาเป็นการเลือกการใช้งานอินพุต และ เอาต์พุต รูปที่ 14 เป็นรูปการต่อใช้งานของขั้วต่ออินพุตและเอาต์พุต ทั้งแบบ RCA และ XLR ซึ่งเป็นแบบที่ใช้ ้เป็นมาตรฐานในเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ทั่วไป พร้อมด้วยสวิทช์เลือกโหมดการทำงานในรูปได้แสดงวิธีการโยงสาย เข้าสู่จุดต่างๆ บนแผ่นวงจรไว้เรียบร้อยแล้ว    รูปที่ 15 เป็นตัวอย่างการวางเลย์เอาต์บนแท่นของปรีแอมป์สำหรับรองรับอินพุตแบบบาลานซ์และอันบาลานซ์ พร้อมด้วยสวิทช์เลือกโหมดการทำงาน บางท่านอาจจะใช้แบบกดก็ได้แล้วความสะดวกในการใช้งาน แต่ก่อนที่จะบัด กรีโยงสายจากสวิทช์เข้าสู่แผ่นปริ๊นท์ ควรตรวจลักษณะดารทำงานของสวิทช์ให้ถี่ถ้วนว่าอยู่ในตำแหน่งใด บาลานซ์ ์หรือ อันบาลานซ์    รูปที่ 16 เป็นต้นแบบในการออกแบบลักษณะการใช้งานขั้วต่อต่างๆ ด้านหลังแท่นปรีแอมป์ ซึ่งเป็นมาตรฐาน สำหรับเครื่องเสียงไฮเอนด์ที่พบได้ตามห้างขายเครื่องเสียงชั้นนำทั่วไป


14.jpg (103721 bytes) 14.1.JPG (412421 bytes) 14.2.JPG (426478 bytes)

รูปที่ 14 ลักษณะการต่ออินพุต และ เอาต์พุต

15.jpg (62075 bytes) 15.1.JPG (415307 bytes) 15.2.JPG (418611 bytes)

รูปที่ 15 ลักษณะเลย์เอาต์ อินพุต ทั้ง 2 แบบที่ใช้งานจริง

16.jpg (23337 bytes) 


รูปที่ 16 ลักษณะเลย์เอาต์ อินพุต เอาต์พุต เครื่องต้นแบบการใช้งานอินพุตและเอาต์พุตสำหรับปรีแอมป์ตัวนี้มีอยู่ 4 รูปแบบ
 

1. อินพุตอันบาลานซ์ เอาต์พุตอันบาลานซ์
2. อินพุตอันบาลานซ์ เอาต์พุตบาลานซ์
3. อินพุตบาลานซ์ เอาต์พุตอันบาลานซ์
4. อินพุตบาลานซ์ เอาต์พุตบาลานซ์

    ระบบควบคุมความดังขั้นสุดท้ายของปรีแอมป์ตัวนี้ จะใช้โวลลุ่มค่า 10Kohms แบบ 4 ชั้น หรือ แบบ 2 ชั้น 2 ตัว กั้นไว้ที่จุดเอาต์พุตของปรีแอมป์ ซึ่งสามารถช่วยลดทอนสัญญาณรบกวนที่ออกจากเอาต์พุตของปรีแอมป์ได้ดีมาก ลักษณะการต่อใช้งานโวลลุ่มของเอาต์พุตแบบต่างๆ สามารถดูได้จากรูปที่ 17 - 19


17.jpg (27941 bytes)

รูปที่ 17 อินพุตอันบาลานซ์ เอาต์พุตอันบาลานซ์

18.jpg (34509 bytes)

รูปที่ 18 อินพุตอันบาลานซ์- เอาต์พุตบาลานซ์

19.jpg (36021 bytes)

รูปที่ 19 อินพุตบาลานซ์ - เอาต์พุตอันบาลานซ์/บาลานซ์การเลือกใช้โวลลุ่ม


    โดยปกติแล้วโวลลุ่มมีหน้าที่ลดทอนสัญญาณด้านอินพุตเสียเป็นส่วนใหญ่แต่วิศวกร เนลสัน พาสส์ มักจะออกแบบ ให้อยู่ภาคสุดท้ายของวงจรปรีแอมป์ ในทำนองเดียวกันหากเรามองให้ดี เมื่อนำปรีแอมป์ตัวนี้ไปต่อกับเพาเวอร์แอมป์โวลลุ่มที่อยู่ภาคสุดท้ายของปรีแอมป์จะกลายเป็นโวลลุ่มภาคอินพุตของเพาเวอร์แอมป์โดยปริยาย ดังนั้นหากเราเลือก ใช้โวลลุ่มชนิดพิเศษที่เรียกว่า Step Attennuator จะช่วยให้การควบคุมความดังทำได้นุ่มนวลและมีความ สมดุลย์กันระหว่างสัญญาณซ้าย - ขวา และ สัญญาณกลับเฟส ไม่กลับเฟส มาถึงจุดนี้การลงทุนสำหรับปรีแอมป์ ตัวนี้คงจะต้องเริ่มต้นที่หลักหมื่นเสียแล้ว ดังนั้น น้องๆ นักศึกษาหากเก็บข้อมูลไว้ศึกษาก็จะนับว่าเป็นทางเลือกที่ดี ีกว่าการลงทุนสร้างขึ้นมา แต่สำหรับนัก DIY กระเป๋าค่อนข้างหนาทีมงาน AHT อยากจะชักชวนให้ลองสร้างดูสัก ครั้งแล้วท่านจะไม่ผิดหวัง


20.jpg (32241 bytes)

รูปที่ 20 step attenuator แบบ 4 ชั้น 1 ตัว

21.JPG (78495 bytes)

รูปที่ 21 step attenuator แบบ 2 ชั้น 2 ตัว


   นอกจากเราจะใช้โวลลุ่มแบบ Step Attennutor ตามรูปที่ 20 และ 21 แล้ว ในต่างประเทศได้มีการลงทุน เกี่ยวกับการสร้าง Step Attennuator ขึ้นมาเอง โดยการคัดเลือกตัวต้านทานที่ดีที่สุดของ Vishay Dale ซึ่งรวมราคาตัวต้านทานทั้งหมดบวกกับแกนโวลลุ่มแล้ว สนนราคาอยู่ที่หลักพันเท่านั้นครับ การใช้งานโวลลุ่มแบบนี้ หลายๆ ท่านจะพบเห็นได้ในปรีแอมป์ยี่ห้อดัง เช่น Convergent , Sonic frontier, Hovland และอีกหลายๆ ยี่ห้อที่มีราคาหลักแสนขึ้นไป


22.jpg (36748 bytes)
22.1.jpg (45770 bytes) 22.2.jpg (43627 bytes)

รูปที่ 22 step volume ระดับไฮเอนด์ 

23.1.jpg (57020 bytes)
23.2.jpg (52152 bytes) 23.jpg (54457 bytes) 23.3.jpg (57479 bytes)

รูปที่ 23 ก่อนที่จะเป็น step volume ระดับไฮเอนด์

24.jpg (49671 bytes)

รูปที่ 24 ความนิยมในปรีแอมป์ ALEPH P1.7 CLONE 
รายการอุปกรณ์ ปรีแอมป์ ALEPH P1.7 CLONE
(แสดงเพียง 1 ข้าง อีกข้างเหมือนกันทุกประการ)


ตัวต้านทาน 1/2 วัตต์ ค่าผิดพลาด +/- 1%

R1,R2                                                                           3K32
R5,R6,R43,R53,R61                                                         10K
R7,R51,R66                                                                     100
R11,R12                                                                        22K1
R44,R59                                                                         22.1
R45,R47,R48,R50,R52,R54,R58,R60,R63,R65,R67,R69      221
R55,R70                                                                         33.1
R56,R64                                                                       4K75 
R62                                                                               221K
R117                                                                               2K2
R118                                                                               4K7
R119                                                                               221

ตัวต้านทาน 2 วัตต์ ค่าผิดพลาด +/- 1%

R73                                                                                                            3.3

ตัวต้านทานปรับค่าได้

SVR1                                                                                                            2K

ตัวเก็บประจุไม่มีขั้ว

C9,C10,C11,C12,C13,C14,C15,C16                                                       10uF/100V
C22,C23,C24 680pF

ตัวเก็บประเล็กทรอไลท์


C25,C26                                                                                          1000uF/100V

ทรานซิสเตอร์

Q11,Q13                                                                                                  ZTX550
Q12,Q14                                                                                                  ZTX450
Q15,Q18                                                                                                  IRF9610
Q16,Q17,Q18,Q19,Q20                                                                               IRF610

ไดโอด

D5,D6,D7,D8                                                                                ZD 9.1V/1/2 W

แผ่นปริ๊นท์

วงจรเพาเวอร์แอมป์แบบบาลานซ์ปราศจากไอซี
                                 1 แผ่น

อื่นๆ  (ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณโครงงาน)

หม้อแปลง แกนอีไอ หรือ เทอรอยด์ 220V : 58V/1A                         1 ตัว
ฮี้ทซิงค์ TO220 สูง 1 นิ้ว แนวตั้ง
                                              6 ตัว


หมายเหตุ    แผ่นปริ๊นท์วงจรต้นแบบชนิดเพลต ทรู โฮล ไม่มีจำหน่ายทั่วไป ท่านสามารถดาวน์โหลดข้อมูลการใช้งานจากนัก DIY ทั่วโลก ยกเว้นขั้นตอนการประกอบได้จาก WWW.PASSDIY.COM และท่านสามารถสั่งทำแผ่นปริ๊นท์ชนิดเพลต ทรู โฮล ได้จาก บริษัทวราไมโครเซอร์กิต จำกัด เบอร์โทรศัพท์ 0-2757-5010 (ค่าเซ็ทอัพครั้งแรก 1,500 - 3,000 บาท) หรือจะสั่งผ่านทีมงาน AHT ก็ได้ครับ

 


ǧԹҹѺ ҹ駤зѡ ;Ѳҵͧ DIY HIGH-END